พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของคนไทยนานถึง 417 ปี เมื่อเสียกรุงในปี พ.ศ. 2310 จึงปรากฎซึ่งร่องรอยที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต โดยเฉพาะโบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่ายิ่งของชาติ

ต่อมาระหว่างปี พ.ศ. 2499-2501 กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้พบพระบรมสารีริกธาตุ เครื่องราชูปโภคทองคำ พระพุธรูป พระพิมพ์ และโบราณศิลปวัตถุอื่นๆ จำนวนมาก กรมศิลปกรจึงได้สร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขึ้นเป็นที่รวบรวมสงวนรักษาโบราณศิลปวัตถุอันล้ำค่าดังกล่าว โดยใช้เงินที่ประชาชนบริจาค และรับพระพิมพ์ที่ขุดพบในกรุพระปรางค์ วัดราชบูรณะเป็นการสมนาคุณ

ชื่อ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา” จึงถูกตั้งเพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อเทิดพระเกียรติและเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ผู้ทรงสถาปนาวัดราชบูรณะ เมื่อ พ.ศ. 1967 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2504

ที่ตั้ง: ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
เนื้อหาการจัดแสดง: ประวัติศาสตร์/โบราณคดี
บริหารงานโดย: อยู่ในความดูแลของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 3 พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ

การจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่พบในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจากการขุดแต่งบูรณะโบราณสถาน จัดแสดงใน 3 อาคาร ดังนี้

อาคารที่ 1
ชั้นล่าง จัดแสดงโบราณศิลปวัตถุที่ค้นพบจากการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างพ.ศ. 2400-2501 ได้แก่ เศียรพระพุทธรูปสำริด จากวัดธรรมิกราช ศิลปะอยุธยารุ่นอู่ทอง 2 ร่วมสมัยกับหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง

ชั้นบน ห้องวัดมหาธาตุ จัดแสดงพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประกอบพุทธบูชา ปลาหินหยกเขียนลายทอง สัญลักษณ์มงคลต่างๆ รวมถึงพระพิมพ์ดุนทองและเงิน นอกจากนี้ยังจัดแสดงสถูปศิลาประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยเครื่องสูง จากเจดีย์ศรีสุริโยทัย

ชั้นบน ห้องวัดราชบูรณะ จัดแสดงพระพุทธรูป พระพิมพ์ทองคำ และเครื่องราชูปโภคทองคำ ที่ได้จากการจับกุมคนร้าย 2 คน จากจำนวน 30 คน โบราณวัตถุชิ้นสำคัญ คือ พระแสงขรรค์ชัยศรี เครื่องราชกกุธภัณฑ์จำลอง พระปราค์ทองคำ และเจดีย์ทองคำที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีในกรุชั้น 3

ชั้นบน โถงกลาง จัดแสดงกลุ่มพระพิมพ์ที่ได้จากกรุวัดราชบูรณะในปี 2501 และเป็นที่มาของรายได้ในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์

อาคารที่ 2
จัดแสดงโบราณศิลปวัตถุที่พบในกรุวัดราชบูรณะ และวัดมหาธาตุ อายุสมัยตั้งแต่พุทธศวรรษที่ 11 – 24 คือ ตั้งแต่สมัยทวารวดี ลพบุรี ศรีวิชัย สุโขทัย อยุธยา เพื่อเป็นการศึกษาเปรียบเทียบจึงได้นำโบราณวัตถุชิ้นสำคัญมาจัดแสดงร่วม เช่น พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี พระพุทธรูปปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระพิฆเณศ พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน รัตนโกสินทร์ เพื่อความเข้าใจในความหลากหลายของศิลปะไทย

อาคารที่ 3
อาคารนี้เป็นเรือนไทยที่สร้างเป็นหมู่เรือนไทยภาคกลางปลูกอยู่กลางคลองฉะไกรน้อย คลองโบราณสมัยอยุธยา ภายในเรือนไทยจัดแสดงศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยสมัยก่อน เช่น เตาเชิงกราน หม้อดินเผาสำหรับหุงต้ม กระต่ายขูดมะพร้าว เครื่องจักสานต่างๆ ได้แก่ ตะกร้า กระจาด และเครื่องจับสัตว์น้ำ แสดงถึงภูมิปัญญาบรรพบุรุษไทยที่สามารถดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติได้อย่างสมดุล

เวลาทำการ 9.00 – 16.00 น.
เปิดให้บริการวันพุธ – วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์
ปิดให้บริการ วันจันทร์ – วันอังคาร วันขึ้นปีใหม่ และวันสงกรานต์

ชาวไทย 30 บาท
ชาวต่างชาติ 150 บาท

หมายเหตุ: ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต้องแต่งกายให้เป็นที่เรียบร้อย และไม่นำหีบห่อและสิ่งใดๆ ที่อาจจะบรรจุปกคลุมปิดบังหรือซ่อนเร้นสิ่งของในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติออกไป

โทรศัพท์ 035-241-587, 035-244-570